ความเป็นมาของ CDI
CDI หรือชื่อเต็มว่า Capacitor Discharge Ignition (ระบบจุดระเบิดแบบคาปาซิเตอร์)
เป็นนวัตกรรมด้านระบบจุดระเบิดที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้เครื่องยนต์สามารถจุดระเบิดได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่าระบบจุดระเบิดแบบเดิม เช่น ระบบคอนแทคพอยต์ (Contact Point) หรือ ระบบทรานซิสเตอร์ (Transistor Ignition)
CDI, or Capacitor Discharge Ignition, is an advanced ignition technology developed to improve the speed, accuracy, and efficiency of engine ignition systems. It was designed to overcome the limitations of older systems such as Contact Point Ignition and Transistor Ignition.
ระบบ CDI เริ่มถูกพัฒนาในช่วง ปี ค.ศ. 1960–1970 เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในเครื่องยนต์ที่ต้องการรอบสูง เช่น รถจักรยานยนต์, เครื่องยนต์แข่ง และเครื่องยนต์ทางอากาศยาน โดยในยุคแรกนั้น CDI ถูกนำไปใช้ในเครื่องบินและเครื่องยนต์สองจังหวะ ก่อนที่จะเริ่มแพร่หลายเข้าสู่รถจักรยานยนต์ทั่วไป
หลักการทำงานของ CDI คือการ เก็บประจุไฟฟ้าในตัวเก็บประจุ (Capacitor) แล้วปล่อยประจุแรงดันสูงออกไปยังคอยล์จุดระเบิด (Ignition Coil) เพื่อสร้างประกายไฟที่หัวเทียน ซึ่งมีความแรงและรวดเร็วกว่าระบบแบบเดิมมาก ส่งผลให้การจุดระเบิดเกิดขึ้นอย่างแม่นยำและสมบูรณ์
The CDI system was first developed during the 1960s–1970s, initially used in high-RPM engines like motorcycles, racing engines, and even aircraft engines. Early CDI systems were applied in two-stroke engines for racing due to their ability to deliver quick and consistent sparks under high-speed conditions.
The working principle of CDI involves storing electrical energy in a capacitor and then rapidly releasing it to the ignition coil. This discharge generates a high-voltage spark at the spark plug, which ignites the air-fuel mixture with great precision and efficiency — far superior to mechanical ignition systems.
API Tech CDI มีฟังก์ชันอะไรบ้าง
ระบบปรับจังหวะการจุดระเบิด
(Ignition Mapping)
ระบบจำกัดรอบเครื่อง
(Rev Limiter)
- ตั้งค่าจำกัดรอบสูงสุดได้ตามต้องการ เพื่อป้องกันความเสียหายของเครื่องยนต์
- บางรุ่นมีระบบ Soft Cut / Hard Cut ซึ่งสามารถเลือกได้ว่าจะให้ตัดรอบแบบนุ่มนวลหรือแบบทันที
ระบบควบคุมไฟจุดระเบิดอัตโนมัติ
(Auto Advance Control)
รองรับการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์หรือแอปพลิเคชัน
(PC/Smartphone Connectivity)
- สามารถเชื่อมต่อผ่านสาย USB หรือ Bluetooth เพื่อปรับแต่งค่าต่าง ๆ ผ่านซอฟต์แวร์ของ API Tech
- มีอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย เหมาะทั้งสำหรับมือใหม่และนักแต่งเครื่องระดับมืออาชีพ
โหมดการทำงานหลายรูปแบบ
(Multi-Mode Operation)
วิธีใช้API Tech API Tech CID
รุ้นรถที่รองรับAPI Tech CID
-WAVE 110 AC -WAVE 125 s
-WAVE 125 R -CBR 150
-SONIC S2
-MIO s2